ไท้เก๊กลมปราณ  18 ท่า   (太极气功十八式)

ไท้เก๊กลมปราณ  18 ท่า     เป็นการออกกำลังกาย ที่ช้า  มีกระบวนท่านิ่มนวล  สวยงาม    อาศัยจิตนำลมปราณ   กายและใจประสานรวมเป็นหนึ่งเดียว  เกิดสมาธิที่มั่นคง   เคล้าไปกับเสียงดนตรีที่ไพเราะและผ่อนคลาย   ทำให้มีความสุข  และเพลิดเพลินไปกับกระบวนท่าต่าง ๆ ขณะร่ายรำ  

            การรำมวยไท้เก๊ก ลมปราณ 18 ท่า  มีจุดเด่นที่    ฝึกง่าย   กระบวนท่าไม่ยุ่งยากซับซ้อน  การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายนุ่มนวลและช้า  จึงมีความปลอดภัย    เมื่อฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ จะช่วยพัฒนาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ  ให้มีสุขภาพจิตที่ดี  ร่างกายแข็งแรง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน  ช่วยป้องกันโรค  และบำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ    เสริมสร้างระบบสมอง และความจำ     ระบบไขข้อและระบบกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกายได้รับการบริหาร     จึงเหมาะกับคนทั่วไป ทุกเพศทุกวัย จนถึงผู้สูงอายุ  

อาจารย์ หลิน โฮ่ว เสิ่น (  Lin, Housheng  林厚省  )

        ไท้เก๊กลมปราณ  18 ท่า ประดิษฐ์ และเรียบเรียงโดย อาจารย์ หลิน โฮ่ว เสิ่น (  Lin, Housheng  林厚省  )  ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ฝึกฝนด้านพลัง ชี่ กง จากประเทศจีน       เริ่มประดิษฐ์เรียบเรียง ไท้เก๊กลมปราณ  18 ท่า ชุดที่ 1 เมื่อปี 1980    และได้มีการฝึกฝนและเผยแพร่อย่างกว้างขวางในปี  1985     จากประเทศจีน ไปยังอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ ยุโรป แคนนาดา และอเมริกา    ในปัจจุบันนี้ไท้เก๊กลมปราณ  18  ท่า   ได้รับการพัฒนาและเรียบเรียงขึ้นมาอีกหลายชุด   ปัจจุบันมีทั้งหมดรวม 7  ชุด

          

                 หลักของไท้เก๊ก      การรำไท้เก๊กเป็นการประสานกายและจิตเข้าด้วยกัน    เน้นการปรับกาย ปรับจิต และปรับลมปราณ   ผู้ที่ฝึกจะต้องมีสมาธิในการรำ  

มีการกำหนดสายตาตามท่าทางตลอดตั้งแต่ต้นจนจบการฝึก   เน้นความอ่อน เบา ช้า  ต่อเนื่อง   อาศัยจิตและสมาธิในการควบคุมพลังและกระบวนท่า  เน้นลีลาที่มีลักษณะผ่อนคลาย   การฝึกอาศัยความเบา ช้า กลม  และสม่ำเสมอ เรียงร้อยกันเป็น กระบวนท่า     การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีความต่อเนื่องและมีชีวิตชีวา  สม่ำเสมอตลอดเวลา    กล้ามเนื้อทุกส่วนไม่เกร็ง   ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ      ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย  ไม่ยกไหล่  แอ่นอก หลังงอ  พุงยื่น  ก้นงอน   ร่างกายส่วนบนเบาคล่องแคล่ว    ร่างกายส่วนล่างหนักแน่น     ขณะเคลื่อนไหวใช้สะเอวเป็นแกน     การเคลื่อนไหวนิ่มนวล      การรำไท้เก๊กจะช่วยในการฝึกฝน พลังภายใน    ฝึกควบคุมลมปราณและจิตใจ    ใช้จิตนำการเคลื่อนไหวของร่างกาย  ไม่มุ่งเน้นการใช้แรง      ทุกส่วนของร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวทั้งภายนอกและภายใน     เลือดลมหมุนเวียนเคลื่อนไหวไปทั่วภายในร่างกาย

           ถึงแม้ว่ากรมพละศึกษาของประเทศจีนไม่ได้กำหนดให้  ไท้เก๊กลมปราณ 18 ท่า  จัดอยู่ในประเภทไท้เก๊ก      แต่ ไท้เก๊กลมปราณ 18 ท่า ก็ได้อาศัยหลักของไท้เก๊กหลาย ๆ ประการในเรื่อง ความอ่อน เบา ช้า  ความผ่อนคลาย  ความเป็นธรรมชาติของกล้ามเนื้อ  มาประยุกต์ใช้กับการเคลื่อนไหวในการร่ายรำแต่ละท่า     กระบวนท่าที่ร่ายรำก็ได้มีการผสมผสานระหว่างกระบวนท่าที่มาจากไท้เก๊กกับท่าที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่มาเรียงร้อยเป็น ไท้เก๊กลมปราณ 18 ท่า        ขณะร่ายรำต้องขจัดความคิดที่วุ่นวายฟุ้งซ่านสับสนออกไป   ปล่อยใจให้ว่าง สบาย ๆ    มีแต่สมาธิจิตที่แน่วแน่ไปกับการเคลื่อนไหวของร่างกายจากท่าหนึ่งไปสู่อีกท่าหนึ่งตั้งแต่ท่าเริ่มต้นจนถึงท่าจบ       กระบวนท่าร่ายรำนิ่มนวล สวยงามต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน         ขณะร่ายรำจิตก็จินตนาการไปตามท่าและเสียงดนตรีประกอบที่ไพเราะ ผ่อนคลายและเบิกบาน     ผู้เล่นจะเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรี   ผนวกกับลมหายใจเข้าออก ( หายใจ เข้าลึก และช้า  ทางจมูก ( ซี)    และการปล่อยลมหายใจออกทางปาก(ฟู)  ) ตามจังหวะของดนตรีที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย   เช่น  หายใจเข้าเมื่อชูยกแขนทั้งสองขึ้น  , หายใจออกเมื่อลดแขนลง    หรือหายใจเข้าเมื่อดึงเก็บมือและแขนเข้า    หายใจออกเมื่อผลักมือหรือดันแขนออก, หายใจเข้าเมื่อหันทางซ้าย  หรือ หายใจออกเมื่อหันมาทางขวา ฯลฯ

              ผู้รำจะได้สมาธิที่มั่นคง   ควบคุมร่างกายด้วยความสงบเยือกเย็น     มีความสุขสดชื่นเบิกบาน  จาการที่ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข  ( เอ็นโดฟิน)    

           การเตรียมความพร้อม    ควรสวมเสื้อผ้าที่สบาย  ไม่รัดรูป    โดยทั่วไปเป็นเสื้อยืด  กางเกงวอร์ม  รองเท้ากีฬา   ควรสวมถุงเท้า เพราะจะช่วยรับน้ำหนักและความยืดหยุ่น       ก่อนร่ายรำ  ควรบริหารร่างกาย  โดยวอร์มร่างกายเบา ๆ หรือ ยืดเส้น  ยืดสาย ให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น คล่องตัว

                 การฝึก   จะฝึกช่วงเวลาใด  ไม่ว่า เช้า กลางวัน เย็น  ได้ทั้งสิ้น      แต่ไม่ควรฝึกหลังรับประทานอาหารแล้วเสร็จใหม่ ๆ    ควรฝึกเมื่อท้องว่าง  หรือ ระบบการย่อยอาหารได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว( มื้อหนัก ประมาณ 2 ชั่วโมง , มื้อเบา ประมาณ 1 ชั่วโมง)     หลังฝึกเสร็จใหม่ ๆ   ปราณและเลือดลมที่หมุนเวียนทั่วร่างกายจะมีอุณหภูมิสูง    ร่างกายขับเหงื่อออกมาก     ไม่ควรรีบเข้าไปในห้องปรับอากาศหรือใกล้พัดลม      ไม่ควรอาบน้ำหรือดื่มน้ำเย็นทันที   ควรดื่มแต่น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ            ไม่ควรรีบนั่งพักในทันที   ควรรอให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับสภาพ ให้เป็นปกติหรือเหงื่อหยุดไหลก่อน  

              หลักในการฝึกชี่กงให้ก้าวหน้า        เคล็ดเกี่ยวกับท่าทางมีความสำคัญมาก     ผู้ฝึกจะต้องปฏิบัติตาม  เพื่อจัดโครงสร้างของกายให้เอื้ออำนวยที่สุดต่อการฝึกลมปราณ

เคล็ดเกี่ยวกับท่าทางในการฝึกชี่กง  คือ

                     1. คอและศีรษะต้องตั้งตรง
                     2. ต้องเก็บก้นกบไม่ให้โผล่ยื่นออกมา
                     3. ลำตัวต้องตั้งตรง
                     4. หว่างขาต้องโค้งมน
                     5. ผ่อนคลายหน้าอกห่อไหล่  อย่าแอ่นอก   อย่ายกไหล่
                     6. ไหล่ต้องตก
                     7. ศอกต้องตก
                     8. นัยน์ตาทั้งคู่ต้องอยู่ในระดับเดียวกันเป็นเส้นขนานกับพื้นเสมอ
                     9. ลิ้นแตะเพดานฟันบนตลอดเวลาที่ฝึก
                     10. ผ่อนคลายเอวผ่อนคลายทั่วทั้งร่างโดยจิตยังมีสติเป็นสมาธิอยู่ 

                      เคล็ดทั้ง 10 ประการข้างต้นนี้     ช่วยทำให้ลมปราณไหลเวียนไปทั่วร่าง ได้อย่างสะดวกปลอดโปร่งไม่ติดขัด

                     -  เมื่อฝึกชี่กงในท่ายืนนิ่งๆไม่เคลื่อนไหวโดยปฏิบัติตามเคล็ด 10  ประการข้างต้นได้ ประมาณสามเดือนถึงหกเดือนขึ้นไป

                         จนผู้ฝึกเริ่มเคยชินกับการมีท่าทางที่ถูกต้องแล้ว      ผู้ฝึกก็ควรเริ่มฝึกชี่กงในการเคลื่อนไหวช้าๆซึ่งก็มีเคล็ดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว 10  ประการ

                         ที่ผู้ฝึกจะต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดเช่นกัน  คือ       


                    1. ปลายเท้าปลายจมูกและปลายมือของผู้ฝึกจะต้องสมมาตรตรงกันตลอดคือถ้าไม่อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันก็ต้องเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
                    2. ตาจะต้องมองการเคลื่อนไหวหรือจดจ่อที่ปลายนิ้วเสมอ
                    3. ขณะเดียวกันตาจะต้องมองในมุมกว้างเกินกว่าครึ่งวงกลมเอาไว้เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพในมุมกว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้
                    4. การเคลื่อนไหวอย่าให้มีการขาดตอนต้องให้ไหลต่อเนื่องดุจสายน้ำ
                    5. ในกับนอกต้องประสานกัน   
ใน หมายถึงจิง(แก่นสารของพลังชีวิต)  ชี่(ปราณ)  และ เสิน (จิตวิญญาณ)    นอก หมายถึงมือเท้าและลำตัว
                    6. ท่อนบนกับท่อนล่างของลำตัวต้องเคลื่อนไหวสอดคล้องกัน
                    7. แสวงหาความนิ่งในความเคลื่อนไหวและแสวงหาความเคลื่อนไหวในความนิ่งด้วยการใช้จิตสำนึก
                    8. ใช้จิตไม่ใช้กำลัง
                    9. แบ่งแยกการถ่ายเทน้ำหนักตัวบนขาและแขนให้ชัดเจนว่าเป็น แรงจริง  หรือ  แรงลวง
                   10. วางน้ำหนักหรือจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายให้ถูกต้องจมแรงไปที่ส่วนล่างของร่างกายเคลื่อนไหวอย่างเบาและคล่องแคล่ว

                   

                  สถานที่ฝึก         สถานที่เล่น ควรปลอดโปร่ง  มีอากาศถ่ายเทดี    มีอากาศที่บริสุทธิ์       จะอยู่ในอาคาร   หรือกลางแจ้งก็ได้     แต่ไม่ควรจะร้อนจนเกินไป      ควรออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอทุกวัน  หรือ  อย่างน้อย 3 -5   ครั้งต่อสัปดาห์     ครั้งละอย่างน้อยประมาณ  30  นาที  

                     ประโยชน์   ไท้เก๊กลมปราณ  18   ท่า ช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุลในทุกด้าน  ช่วยเพิ่มสมรรถภาพของขาและเข่าให้แข็งแรง  ป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ  กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และไขข้อได้รับการบริหาร   ร่างกายได้รับการผ่อนคลายตามธรรมชาติ   ช่วยปรับเลือดลมให้สมดุล ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา     ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน   ช่วยป้องกันโรคและช่วยรักษาโรคเรื้อรังได้หลายชนิด   เช่น  โรคหัวใจ  โรคความดันโลหิตสูง  ไขข้ออักเสบ  วัณโรค  หืดหอบ  โรคประสาท ปวดหลัง ปวดเอว ท้องผูก โรคกระเพาะลำไส้   ตับอักเสบเรื้อรัง  ฯลฯ

 -----------------------------------------------------------------------------                      

                                                                                                                 วิบูลย์ จารุวงศ์วัฒนา .............. เรียบเรียง

ชมรมไท้เก๊กเทศบาลนครหาดใหญ่

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                

 

 

 

 

合艾市政府太极拳

ชมรมไท้เก๊กเทศบาลนครหาดใหญ่